30 January 2014

Green Tea and Fat Loss

"ความสามารถต้านอนุมูลอิสระและปริมาณสารกลุ่มโพลีฟีนอลในชาเขียวขวดที่วางขายแต่ละยี่ห้อ มีน้อยกว่าชาเขียวชงสด"


โดยพื้นฐานแล้ว มนุษย์เป็นสัตว์โลกที่ขี้เกียจ ซึ่งความขี้เกียจนี้ก็ถือเป็นแรงผลักดันหนึ่ง ให้เราคิดค้นเครื่องมืออำนวยความสะดวกต่างๆนานา เพื่อให้งานที่ต้องทำบรรลุเป้าหมายโดยใช้แรงกายน้อยที่สุด

การไขว่คว้าหาทางลัดก็เป็นอีกนิสัยพื้นฐานหนึ่งของมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นทางลัดที่ช่วยให้ไปถึงที่หมายเร็วขึ้น ทางลัดที่ช่วยให้รวยเร็วขึ้น ไปจนถึงทางลัดที่ช่วยให้ผอมเร็วโดยไม่ต้องใช้ความพยายามอดอาหารให้ยุ่งยาก กระแสเห่อทางลัดช่วยผอมจึงมาแรงเป็นระยะๆ แล้วก็จางหายไปเหมือนคลื่นกระทบฝั่ง

คลื่นลูกล่าสุดที่กำลังมาแรงในช่วงนี้คือ "กระแสดื่มชาอู่หลงเพื่อลดน้ำหนัก" เรามาดูข้อเท็จจริงกันว่ามีมากน้อยเพียงใด ...

แนวคิดว่าชาอู่หลงน่าจะช่วยลดน้ำหนักได้มาจากงานวิจัยในหลอดทดลองที่พบว่า สารโพลีฟีนอลในชา หรือที่มีชื่อเรียกยากๆ ว่า OTTP (oolong tea polymerized polyphenols) มีคุณสมบัติยับยั้ง pancreatic lipase [1]

lipase เป็นเอนไซม์สำคัญที่มีบทบาทสำคัญในการย่อยสลายไขมันจากอาหาร ช่วยให้ไขมันถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกาย เมื่อเอนไซม์ตัวนี้ถูกยับยั้ง การดูดซึมของอาหารประเภทไขมันก็ลดลง เป็นกลไกเดียวกันกับยาลดความอ้วนบางตัวที่ใช้ในปัจจุบัน

นอกจากลดการดูดซึมของไขมันแล้ว ยังมีอีกการศึกษาในหญิงชาวญี่ปุ่น พบว่าการดื่มชาอู่หลงช่วยเพิ่มการเผาผลาญขณะพักในเวลา 120 นาทีหลังดื่มได้ราว 10% เมื่อเทียบกับชาเขียวซึ่งเพิ่มได้เพียง 4% [2] และยังมีการศึกษาจากจีนซึ่งมีกลุ่มตัวอย่างเป็นคนอ้วนมากถึง 102 คน พบว่าเมื่อให้ดื่มชาอู่หลงทุกวันเป็นเวลา 6 สัปดาห์ พบว่า 22% ของกลุ่มตัวอย่างมีน้ำหนักลดลงเกินกว่า 3 กิโลกรัม และส่วนที่ลดเป็นไขมันบริเวณพุงมากกว่าส่วนอื่นๆ [3]

แม้ว่าจะมีงานวิจัยสนับสนุนอยู่หลายชิ้น แต่ถ้าได้ตามไปอ่านงานเหล่านี้โดยละเอียดจะพบว่า ยังไม่มีการทดลองแบบเปรียบเทียบโดยมีโดยมีกลุ่มตัวอย่างขนาดใหญ่ และมีการควบคุมปัจจัยอื่นๆ ที่ดีเพียงพอ อีกทั้งในการทดลองทั้งหมดจะใช้เป็นชาอู่หลงจริงๆ ไม่ใช่แบบที่บรรจุขวดสำเร็จรูปอย่างที่วางขายในท้องตลาดเมืองไทย

สำหรับชาแบบขวดที่ขายในไทยนั้น มีงานวิทยานิพนธ์ที่น่าสนใจชิ้นหนึ่งจากมหาวิทยาลัยศิลปากร พบว่า"ความสามารถต้านอนุมูลอิสระและปริมาณสารกลุ่มโพลีฟีนอลในชาเขียวขวดที่วางขายแต่ละยี่ห้อ มีน้อยกว่าชาเขียวชงสดอย่างมีนัยสำคัญ" [4] เสียดายที่งานชิ้นนี้ไม่ได้มีการนำตัวอย่างชาอู่หลงบรรจุขวดมาวิเคราะห์ด้วย จึงยังสรุปแบบฟันธงไม่ได้ว่าสารโพลีฟีนอลตัวสำคัญคือ OTPP ในชาอู่หลงขวดนั้นจะยังมีประสิทธิภาพคงอยู่ครบถ้วนเพียงใด

สำหรับชาอู่หลงขวดที่วางขายในท้องตลาดเมืองไทยนั้น หากพลิกอ่านฉลากโภชนาการก่อน ตามหลัก "อ่านก่อนผอมกว่า" จะพบว่า"บางยี่ห้อมีการเติมน้ำตาลลงไปมากถึง 24 กรัมต่อขวด" ซึ่งรับประกันได้ว่า"ดื่มแล้วหวานชื่นใจแต่พุงกะทิไม่หายไปไหนอย่างแน่นอน" ดังนั้น หากจะซื้อก็ควรซื้อแบบใบชาจริงๆ มาต้มหรือชงดื่ม แต่ถ้าจะซื้อเป็นแบบบรรจุขวด ควรพลิกอ่านฉลากโภชนาการก่อน และซื้อเป็นแบบไม่ใส่น้ำตาล

สรุปแล้วชาอู่หลงเป็นหนึ่งในตัวช่วยลดน้ำหนักที่น่าสนใจในการลดพุง แต่ไม่ได้ช่วยมากมายนัก และไม่ใช่ทางลัดหรือคำตอบสุดท้ายที่ทำให้น้ำหนักลดหรือผอมลงอย่างแน่นอน

อย่างไรเสีย"การเลือกกินอาหารที่ถูกวิธี และการออกกำลัง ยังคงเป็นคำตอบหลักของความผอมพร้อมสุขภาพดี"

References:
1. Nakai, Masaaki, et al. "Inhibitory effects of oolong tea polyphenols on pancreatic lipase in vitro." Journal of Agricultural and Food Chemistry 53.11 (2005): 4593-4598.
2. Komatsu, Tatsushi, et al. "Oolong tea increases energy metabolism in Japanese females." Journal of Medical Investigation 50.3/4 (2003): 170-175.
3. He, Rong-rong, et al. "Beneficial effects of oolong tea consumption on diet-induced overweight and obese subjects." Chinese journal of integrative medicine 15 (2009): 34-41.
4. ปรียนันท์ บัวสด, "การตรวจสอบความสามารถในการเป็นสารแอนตี้ออกซิแดนท์ของเครื่องดื่ชาโดยวิธีไซคลิกโวลแทมเมตรี" สาขาเคมีวิเคราะห์ มหาวิทยาลัยศิลปากร, ๒๕๔๙.

Drink real tea!
MD LiveFit.

No comments:

Post a Comment